เตรียมรับมือ!! “โควิดระลอกใหม่” สธ. ร่อนหนังสือด่วนที่สุด!! เตรียมพร้อมยา เวชภัณฑ์ เตียง

ชมรมแพทย์ชนบท โพสต์ข้อความ “ส่งสัญญาณเตือน เตรียมพร้อมรับโควิดระลอกใหม่” พร้อมเผยภาพหนังสือ #ด่วนที่สุด ลงนามโดย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต (ปลัดกระทรวงสาธารณสุข) ถึงผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1-13 สรุปสาระสำคัญในหนังสือได้ดังนี้

จากสถานการณ์การรายงานผู้ป่วยโควิด ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า #ผู้ติดเชื้อโควิดมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีผู้ป่วยเข้ารักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น หน่วยบริการสุขภาพจำเป็นต้องเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น สธ. จึงเห็นควรแจ้งสถานพยาบาลในสังกัดเตรียมความพร้อม ดังนี้

1. สื่อสารให้บุคลากรทางการแพทย์รับทราบสถานการณ์ ผู้ติดเชื้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

2. สำรวจและเตรียมความพร้อมด้านยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ

3. เตรียมความพร้อมในการสำรองเตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยรวมทั้งผู้ป่วยที่มีอาการหนัก

4. เตรียมความพร้อมและซักซ้อมระบบการส่งต่อผู้ป่วย

5. เร่งรัดการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้กับบุคลากร รวมทั้งประชาชนตามความสมัครใจ

6. ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชน ในการป้องกันการติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อ

7. บูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อวางแผนควบคุม ป้องกัน การแพร่ระบาด

8. รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลให้ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ได้แจ้งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัดเรียบร้อยแล้ว

😷 โควิดในไทยพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ คาดพีคอีกช่วง ก.ย. 65 อาจติดเชื้อวันละประมาณ 4,000 ราย

.

▪ นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ทั่วโลกหลายประเทศเริ่มลดการรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อ ส่วนใหญ่เน้นรายงานผู้ป่วยที่เข้ารักษาใน รพ. และผู้เสียชีวิตเป็นหลัก ไทยก็ปรับสู่โหมดการการรายงานสถานการณ์ที่เน้นผู้ป่วยเป็นหลักเพื่อให้เห็นภาพระบบการรองรับดูแลด้านการแพทย์และสาธารณสุขว่าเพียงพอ เหมาะสมมากน้อยแค่ไหนในแต่ละช่วงสถานการณ์ สำหรับสถานการณ์โรคโควิด-19 หลายประเทศผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเริ่มเพิ่มขึ้นจากการหย่อนมาตรการ แม้ประเทศที่มีสัดส่วนการฉีดวัคซีนครอบคลุมไปมากก็ยังพบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้ จากสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BA.4 และ BA.5 แต่ก็พบด้วยว่าแม้อัตราติดเพิ่มคล้ายกันแต่อัตราป่วยหนักและเสียชีวิตต่างกันระหว่างประเทศที่อัตราฉีดวัคซีนต่างกัน ยิ่งฉีดวัคซีนไปมากยิ่งลดการป่วยหนักและเสียชีวิตลงได้

.

▪ สำหรับประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ BA.4 และ BA.5 จากการเปิดประเทศ พบผู้ติดเชื้อและป่วยอาการไม่รุนแรงเพิ่มขึ้น เห็นจากที่เข้าระบบรักษาแบบผู้ป่วยนอก รับ ยา กลับไปกักตัวเองที่บ้าน OPSI (เจอ แจก จบ) ที่เดิมมี 191,000 ราย เพิ่มเป็น 207,643 ราย ถือว่าเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก แต่ผลการติดตามผู้ป่วยหนักที่มีอาการปอดอักเสบ แม้พบเพิ่มขึ้นสอดคล้องผู้กับติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นแต่เพิ่มเพียงเล็กน้อย ผู้ที่ต้องเข้ารักษาใน รพ. ไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก ผู้ป่วยใส่ท่อยังทรงตัว เช่นเดียวกับอัตราเสียชีวิตรายวันที่คงตัวและลดลงเล็กน้อย

.

▪ เมื่อดูข้อมูลผู้เสียชีวิตจากโควิดโดยตรง ระหว่างวันที่ 26 มิถุนายน-2 กรกฎาคม 2565 มีผู้เสียชีวิตปอดอักเสบรุนแรง 106 ราย ทั้งหมดล้วนเป็นกลุ่มเสี่ยง 608 จำนวนนี้เกือบครึ่งไม่ได้วัคซีนสักเข็ม บางส่วนฉีด 2 เข็ม นานเกิน 3 เดือนไม่ยอมฉีดเข็มกระตุ้น ภูมิฯ จึงลด เมื่อติดเชื้อจึงป้องกันป่วยหนัก-เสียชีวิตไม่ได้ ทั้งนี้ เมื่อดูเฉพาะผู้ป่วยในวันที่ 1 มกราคม-3 กรกฎาคม 2565 สถานการณ์ตอนนี้ กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีพอสมควร และเพิ่มขึ้นในบางจังหวัด ทำให้ข้อมูลสะสมรายสัปดาห์ ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 22-26 เริ่มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกรุงเทพฯ

.

▪ คาดจะพีคสุดช่วงเดือนกันยายน อาจติดเชื้อวันละประมาณ 4,000 รายเป็นสัญญาณเตือน ว่าต้องพิจารณาเรื่องการควบคุมโรค ต้องมีมาตรการเพิ่ม สิ่งสำคัญคือ ขอให้มีการปฏิบัติตนตามมาตรการ UP ป้องกันโรคส่วนบุคคล ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดวเลา โดยเฉพาะขณะใช้บริการขนส่งสาธารณะทุกประเภท และขณะร่วมกิจกรรมคนจำนวนมาก รวมทั้งเว้นระยะห่างตามความเหมาะสม พร้อมเร่งมาตรการฉีดวัคซีนกลุ่ม 608 เพื่อลดอาการหนักที่กำลังเพิ่มขึ้น

.

#โควิด19 #COVID19 #โอมิครอน #สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย #RADIOTHAILAND

Leave a Reply

Your email address will not be published.