การทำจิตให้สงบ คือวางให้มันพอดีมัน ให้มันพอดี ตั้งใจมากเกินไป มันก็เลยไป ปล่อยเกินไปมันก็ไม่ถึง มันขาดความพอดีของมัน ธรรมดาจิตนี้มันเป็นของที่ไม่อยู่นิ่ง มันเป็นกิริยาของมันไหวตัวไหวตนอยู่เรื่อย ๆ ฉะนั้นจิตใจเราจึงไม่มีกำลัง ทำจิตใจให้มีกำลัง และทำกายให้มีกำลัง ต่างกัน ทำร่างกายให้มีกำลัง ออกแรงกายบริหาร มีการโยก การวิ่ง ทำร่างกายให้มีกำลัง ทำจิตให้มีกำลัง ก็คือทำจิตให้สงบ ไม่ใช่ทำจิตให้คิดนั่นคิดนี่ ต้องการให้ใจอยู่ในขอบเขตของมัน เพราะว่าจิตเรานั้นไม่เคยได้อยู่สบาย มันไม่เคยมีกำลัง เพราะมันไม่เคยมีกำลังทางด้านสมาธิของมัน

บัดนี้เราทำสมาธิ ก็ตั้งใจให้เอาความรู้สึก ผู้รู้ เรียกว่าความรู้สึก ถ้าหากว่าเราหายใจ สั้นเกินไป หรือยาวเกินไปมันก็ไม่พอดี มันไม่ได้สัดได้ส่วนมัน มันก็ไม่เกิดความสงบ เหมือนกันกับเราเย็บจักร มีมือมีเท้า เราต้องถีบจักรเปล่าดูเสียก่อน ให้มันรู้จัก ให้มันคล่องแคล่ว เอาเท้าของเราให้มันคล่องทางเท้าของเราเสียก่อน กำหนดลมหายใจก็เหมือนกัน หายใจทิ้งเฉย ๆ กำหนดรู้เฉย ๆ มันจะพอดีเท่าใด ยาวเท่าใด สั้นเท่าใด ค่อยเท่าใด แรงเท่าใด มันจะยาวก็ไม่เอากับมัน มันจะสั้นก็ไม่เอากับมัน มันจะค่อยก็ไม่เอากับมัน เอาที่ความพอดี เอายาวพอดี เอาสั้นพอดี เอาค่อยพอดี เอาแรงพอดี นั้นชื่อว่าความพอดี

มันไม่ได้ขัดได้ข้องแล้วก็ปล่อยให้หายใจดูเสียก่อน ไม่ต้องทำอะไรมัน ถ้าหากว่ามันสบายแล้ว พอดีแล้ว ก็ยกเอาลมที่มันหายใจเข้าออกนั่นเองเป็นอารมณ์ หายใจเข้าต้นลมมันอยู่ปลายจมูก กลางลมอยู่หทัยคือหัวใจ ปลายลมมันจะอยู่สะดือ อันนี้เป็นแหล่งคือการเดินลม เมื่อลมมันออกมา ต้นลมมันจะอยู่สะดือ กลางลมมันจะอยู่หทัย ปลายลมมันจะอยู่จมูก มันจะสลับกันอย่างนี้

เมื่อหายใจเข้าต้นลมมันจะอยู่ปลายจมูก กลางลมมันจะอยู่หทัย เมื่อลมมันผ่านจมูก ผ่านหทัย และผ่านไปสะดือ สุดแล้วก็กลับมา สามการนี้ ความรู้เรานี้ให้อยู่ในสามการนี้ เรื่อยไป เพียบพร้อม เพื่อรักษาความรู้นั้น และทำสัมปะชัญญะเราให้กล้าขึ้น

เมื่อหากว่าเรากำหนดจิตของเรา ให้รู้จักต้นลม กลางลม ปลายลม ดีแล้วพอสมควร เราก็วาง เราจะหายใจออกเฉย ๆ เราจะหายใจเข้าออกเฉย ๆ เอาความรู้เราไว้ที่ปลายจมูก หรือริมฝีปากข้างบน เอาที่ลมผ่านออกผ่านเข้า เอาความรู้สึกนั้นไว้เท่านี้ ไม่ต้องตามลมออกไป ไม่ต้องตามลมเข้ามา เอาความรู้ เอาผู้รู้นั่นแหละไว้ เฉพาะหน้าเรา ให้รู้จักลมมันผ่านออก ผ่านเข้า ผ่านออก ๆ ไม่ได้คิดอะไรมากมาย มีความรู้สึกเท่านั้นแหละ ทำให้มันมีความรู้สึกติดต่อต่อกัน

ลมเข้าก็ให้รู้ ลมออกก็ให้รู้ ให้รู้อยู่ตรงนั้นแหละ อย่าไปคิดว่ามันจะเป็นอะไร ให้เอาเท่านี้เสียก่อน ในเวลานี้ หน้าที่การงานของเรามีเท่านี้ ไม่ได้มีมากมาย กำหนดลมเข้าออกอยู่อย่างนั้นแหละ ต่อไปจิตมันจะเกิดความสงบ ลมมันก็จะละเอียดเข้าไป น้อยเข้าไป กายก็จะเบาเข้าไป จิตก็จะสงบไป ความเบากาย เบาใจนั้น มันก็จะเกิดขึ้นมา มันจะเป็นกายควรแก่การงาน มันจะเป็นจิตควรแก่การงานต่อไป นี่การทำสมาธิ ไม่ต้องทำอะไรมาก ให้กำหนดเท่านั้น เอาต่อนี้ไปก็ทำก็กำหนดได้

หลวงปู่ชา สมมุติ บังวิมุติ – เทศน์ภาษาอีสาน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here