วันหยุดยาว ‘โกลเด้น วีก’ หรือสัปดาห์ทอง ฉลองวันชาติของจีน ซึ่งในปีนี้รัฐบาลประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เปิดโอกาสให้ประชาชนฉลองวันชาติ พาครอบครัวพักผ่อนท่องเที่ยวกันอย่างจุใจ จาก 7 วันมาเป็น 8 วันเต็มๆ ตั้งแต่ 1-8 ตุลาคม 2563 เนื่องจากชนกับเทศกาลวันหยุดช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วง ในที่สุดก็ผ่านพ้นไป

สำหรับเทศกาลวันหยุดยาว โกลเด้น วีก ของจีน ได้ถูกกล่าวขานว่าเป็น ‘การอพยพเข้าเมืองของมนุษยชาติครั้งใหญ่สุดในโลก’ เพราะภาพที่ชาวโลกเห็นกันจนชินตาต่อเนื่องมาหลายปี นับตั้งแต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเบ่งบานบูมกันแบบสุดๆ คือ ภาพของนักท่องเที่ยวจีนหลายล้านคนเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศกันอย่างคึกคัก

เพียงแต่ วันหยุด ‘โกลเด้น วีก’ ในปีนี้ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากหลายปีที่ผ่านมา เพราะการระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ยังรุนแรงในต่างประเทศ (ทั้งที่เชื้อโควิดเริ่มระบาดจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย เมื่อปลายปี 2562) ทำให้การเดินทางระหว่างประเทศเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ในขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ รวมทั้งจีน ต้องยังคงปิดพรมแดน ไม่ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโควิด-19 เข้ามาในประเทศ

ด้วยเหตุนี้ ชาวจีนจึงสามารถท่องเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดพิเศษนี้กันได้แต่ในประเทศเท่านั้น และภาพที่เราเห็นคือ ชาวจีนหอบลูกจูงหลาน พาคนรัก ท่องเที่ยวกันอย่างคึกคักตามสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ ในขณะที่การท่องเที่ยวในหลายประเทศ รวมทั้งไทย ต้องหงอยเหงาเงียบงันลงไปถนัดใจ

คาดชาวจีนมากถึง 425 ล้านแห่เที่ยวในประเทศ

กระทรวงการท่องเที่ยวของจีนได้ประมาณการตัวเลขชาวจีนที่ออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วง 4 วันแรก ของเทศกาลวันหยุด โกลเด้น วีก ในปีนี้ว่า อยู่ที่ประมาณ 425 ล้านคน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 542 ล้านคน โดยจากการจำหน่ายตั๋วโดยสารการเดินทางบนหน้าเว็บไซต์ Trip.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์พอร์ทัลการท่องเที่ยวที่ใหญ่สุดในจีน บ่งบอกว่า การท่องเที่ยวในประเทศของจีนได้ฟื้นตัวขึ้นมาถึงประมาณ 80% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา

นางสาวเวโรนิกา หวัง นักวิเคราะห์ด้านผู้บริโภค ที่ OC&C Strategy แสดงความเห็นว่า มีความต้องการของสินค้าและการบริการหลายอย่างที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก ‘ความต้องการถูกอั้นไว้’ (จากการล็อกดาวน์คุมโควิด) สำหรับนักท่องเที่ยวในจีน แต่ยังคงมีการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังอยู่ อย่างไรก็ตาม ทางเมืองใหญ่ๆ ในจีน รวมทั้งเมืองเซี่ยงไฮ้ ก็ไม่ได้มีการโปรโมตการท่องเที่ยวอย่างหนักเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศแต่อย่างใด อีกทั้งกลับยังร้องขอให้นักศึกษาและพ่อแม่ผู้ปกครองไม่ควรเดินทางออกจากเมืองต่างๆ อีกด้วย

นางสาวหวัง ชี้ว่า เรากำลังได้เห็นอุตสาหกรรมสินค้าหรูแบรนด์เนมเติบโตในจีน เนื่องจากถูกขับดันโดยความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่รักการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศที่ไม่สามารถทำได้ในขณะนี้ ดังนั้นคนเหล่านี้จึงทุ่มใช้จ่ายเงินในตลาดในประเทศ โดยในปีนี้มีนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากไปยังเกาะไห่หนาน หรือไหหลำ ทางใต้สุดของจีน เพื่อช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม เพราะนักท่องเที่ยวในประเทศสามารถมาซื้อสินค้าดิวตี้-ฟรี กันได้ที่นี่

หยุด 4 วันแรก เงินสะพัด 1.4 พันล้าน

จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวจีน ยังชี้ว่า ในช่วง 4 วันแรกของเทศกาลโกลเด้น วีก การท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนในประเทศ ได้ใช้จ่ายเงินกันประมาณ 312 พันล้านหยวน หรือประมาณ 1,435 ล้านบาท (คิดในอัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวน เท่ากับ 4.6 บาท) ซึ่งถือเป็นการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ซบเซาอย่างหนักมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังเกิดการระบาดของเชื้อโควิด-19 ถึงแม้ตัวเลขการใช้จ่ายเงินของนักท่องเที่ยวจีนใน 4 วันแรกของโกลเด้น วีก ปีนี้จะลดลงไป 31% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ชายหาดเมืองพัทยาเงียบเหงา ไร้นักท่องเที่ยวจีน
ชายหาดเมืองพัทยาเงียบเหงา ไร้นักท่องเที่ยวจีน

พัทยา สุดเงียบ โกลเด้น วีก ไร้นักท่องเที่ยวจีน

เว็บไซต์เซาท์ไชน่ามอร์นิ่ง โพสต์ สื่อภาษาอังกฤษในฮ่องกง พาดหัวข่าว ‘โกลเด้น วีก ย่านท่องเที่ยวในเมืองพัทยาของประเทศไทยกลายเป็นเมืองร้าง ไร้นักท่องเที่ยวจีน’

โดยเมื่อปีที่แล้ว จากข้อมูลของเว็บไซต์ Agoda ระบุว่า ประเทศไทย ถือเป็นประเทศเป้าหมายการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีนในช่วงวันหยุดโกลเด้น วีก เป็นอันดับสองรองจาก ญี่ปุ่น เท่านั้น จนสร้างรายได้เข้าประเทศหลายร้อยล้านดอลลาร์

แต่จากมาตรการคุมเข้มในการป้องกันโควิด ทำให้ในปีนี้นักท่องเที่ยวจีนไม่สามารถเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยได้ ทำให้ท้องถนนในพัทยาว่างโล่ง บาร์ปิด พร้อมป้ายขายกิจการ ‘อัลคาซาร์ คาร์บาเร่ต์’ ที่โด่งดังมีชื่อเสียงต้องยุติการแสดง

ในขณะที่คงยังไม่อาจคาดการณ์ได้ว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน จะสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวมากเหมือนเช่นเคยได้อีกครั้งกันเมื่อใด.

ผู้เขียน : เวนิส

ที่มา : BBCSouth China Morning Post

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here