สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การประท้วงอย่างรุนแรงในหลายเมืองทั่วสหรัฐฯ ซึ่งมีชนวนเหตุจากการเสียชีวิตของนายจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีวัย 46 ปี จากการใช้ความรุนแรงของตำรวจระหว่างการจับกุม เริ่มเป็นไปอย่างสงบมากขึ้นแล้วในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ตามเมืองสำคัญของสหรัฐฯ ตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการความมั่นคงลง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มิ.ย. 2563 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ทวีตข้อความผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ (National Guard) ควรเริ่มถอนกำลังออกจากเมืองหลวง กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้แล้ว เพราะทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์เตือนด้วยว่า ทหารกลุ่มนี้สามารถกลับมาอีกอย่างรวดเร็วหากจำเป็น
ทั้งนี้ กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ เป็นทหารกองกำลังสำรองของสหรัฐฯ ที่ประธานาธิบดีหรือผู้ว่าการรัฐสามารถเรียกใช้เพื่อควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉินภายในรัฐนั้นๆ โดยพวกเขาถูกเรียกมาในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หลังเกิดการประท้วงอย่างรุนแรงหน้าทำเนียบขาว โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 1 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมเพื่อเปิดทางให้นายทรัมป์เดินไปถ่ายรูปที่โบสถ์เซนต์จอห์น จนเขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

อีกด้านหนึ่ง นายบิล เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ทวีตข้อความในวันอาทิตย์ว่า พวกเขาจะยกเลิกมาตรการเคอร์ฟิว โดยให้มีผลบังคับใช้ทันที เนื่องจากการประท้วงในคืนวันศุกร์และวันเสาร์เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย ตรงข้ามกับช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดการปล้นร้านค้าในย่านแมนฮัตตัน รถตำรวจจำนวนมากถูกจุดไฟเผา ผู้ประท้วงถูกจับกุมมากมาย ท่ามกลางการกล่าวหาว่าตำรวจใช้กำลังทำร้ายประชาชน
การยกเลิกเคอร์ฟิวในนิวยอร์กยังเกิดขึ้นเพียงวันเดียว ก่อนที่มหานครแห่งนี้จะเข้าสู่เฟสที่ 1 ของการเปิดเมือง ออกจากมาตรการล็อกดาวน์ควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ใช้มานานกว่า 2 เดือน

อนึ่ง เมืองใหญ่ในสหรัฐฯ ที่เคยเกิดการประท้วงอย่างรุนแรงหลายเมืองเริ่มยกเลิกมาตรการเคอร์ฟิวแล้วเช่นกัน รวมทั้งที่เมืองซาน ฟรานซิสโก และลอสแอนเจลิส แม้ว่าจะยังมีการปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่บ้างก็ตาม.