ในพงศาวดารลาวของมหาสีลา วีระวงศ์ ได้บันทึกการอพยพโยกย้ายของชาวลาวครั้งใหญ่ๆ หลายครั้ง ครั้งแรกคือครั้งที่ขุนลอมาครองเมืองล้านช้าง เป็นการอพยพลงใต้ของชาวลาวเหนือ มาตั้งถิ่นฐานรวมกับชาวลาวที่อยู่ในพื้นที่แต่ก่อน ครั้งที่ 2 เป็นครั้งเมื่อพระเจ้าฟ้างุ้มรวมชาติหลังจากที่ขับไล่ขอมออกนอกเขต ในครั้งนี้ชาวลาวก็ได้แผ่ผ่านเข้าสู่ฝั่งขวาแม่น้ำโขง มีหลักฐานในรัชกาลพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชเจ้าปรากฏอยู่หลายอย่าง เช่นจารึกบ้านแร่ สกลนคร หลวงพ่อพระไชยเชษฐาและจารึก วัดถ้ำสุวรรณคูหา หนองบัวลำภู เป็นต้น ครั้งที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นครั้งที่ 3 เป็นการอพยพลงใต้ของชาวลาวทั้งหลาย



ในปลายรัชกาลพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชเจ้า พระยานครแต่งอุบายหลอกล่อให้พระเจ้าไชยเชษฐาธฺราชเจ้ายกทัพมาตีเมืององการ (เมืองอังกบ) พอถึงแดนเมืององการ พระยานครล่อลวงให้ทัพพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชเจ้าเข้าไปในระหว่างกองทัพของตนที่ซุ่มอยู่ในป่า พอได้ทีก็ปลอมเป็นทหารเมืององการยกออกตีกระนาบ ทัพหลวงแตกกระจัดกระจาย พระยานครก็พาพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชเจ้าหนีลงน้ำโขง แล้วก็สาบสูญไป (พระยานครเองนั้นแหละน่าจะเป็นผู้ที่ปลงพระชนม์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชเจ้า) ส่วนพระยาแสนสุรินทร์ฤาชัยกับพระยาจันทสีหราช (พระยาจันกองนาง) รวบรวมกองทัพที่เหลือกลับไปนครเวียงจันทน์


พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชเจ้า เกิดปีมะเมีย พ.ศ.2077 เสวยราชย์อยู่ 24 ปี สวรรคตแดนเมืององการ เมื่อพระชนม์ได้ 68 ปี ทรงมีพระราชโอรสองค์หนึ่ง ประสูติจากพระมเหสี ธิดาของพระยาแสนสุรินทร์ฤาชัย มีพระนามว่าพระหน่อเมือง เวลานั้นมีพระชนม์ได้ 5 ขวบ


พระยาแสนสุรินทร์ฤาชัย เดิมชื่อจัน เป็นบุตรของกว้านบ้าน บ้านหนองคาย (คือ จ.หนองคาย เดี๋ยวนี้) เกิดปี พ.ศ.2054 เมื่อยังน้อยได้ขึ้นไปเรียนวิชาความรู้ที่เวียงจันทน์ เป็นศิษย์ของสังฆราชศรีจันโท สังฆราชศรีจันโทเป็นพระมหาราชครูของพระเจ้าโพธิสาร เมื่อสึกแล้วสังฆราชศรีจันโทจึงให้ทำราชการกับพระเจ้าโพธิสาร มีความเฉลียวฉลาดเป็นพิเศษ จารจันก็ได้เลื่อนยศขึ้นมาโดยลำดับ จนได้เป็นพระยศฤาเกียรติ มาเป็นเจ้าเมืองเมืองปากห้วยหลวง (บ้านห้วยหลวง ในเขต อ.โพนพิสัย หนองคาย ปัจจุบัน)


ถึงรัชกาลพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชเจ้า พระยายศฤาเกียรติ (จัน) เป็นกำลังสำคัญในราชการสงคราม ในคราวยกทัพขึ้นตีเมืองเชียงแสนมีความชอบ โปรดฯ ให้เลื่อนยศขึ้นพระยาแสนสุรินทร์ฤาชัย (อัครมหาเสนาบดีฝ่ายกลาโหม คู่กับพระยาจันทสีหราช อัครมหาเสนาบดีฝ่ายพลเรือน) เป็นกำลังหลักในราชการสงคราม การสร้างนครเวียงจันทน์ และธาตุหลวง เมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชเจ้าสวรรคต พระหน่อเมืองพระราชโอรสอายุ 5 ขวบ พระยาแสนสุรินทร์ฤาชัยจึงได้สำเร็จราชการ


ในคราวนั้นพระยาจันทสีหราช อัครมหาเสนาบดีฝ่ายพลเรือน จะยกพระหน่อเมืองราชโอรสขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินตามราชประเพณี พระยาแสนสุรินทร์ฤาชัยแย้งว่าพระราชโอรสยังน้อยนัก ไม่ยอม พระยาทั้งสองจึงวิวาทกันขึ้นเกือบจะได้รบกัน พระสังฆเจ้าทั้งหลายก็พากันเข้ามาห้ามปราม เหตุก็สงบมาได้สามเดือน ภายหลังวิวาทกันขึ้นอีก พระสังฆเจ้าห้ามไม่ฟัง ก็เกิดรบพุ่งขึ้น พระยาแสนสุรินทร์ฤาชัยแต่งให้แสนมณเฑียรขี่ช้างออกชนกับพระยาจันทสีหราช แสนมณเฑียรฟันพระยาจันทสีหราชตายกับคอช้าง แต่นั้นมาเสนาอมาตย์มนตรีทั้งหลายก็พากันกลัวพระยาแสนสุรินทร์ฤาชัย


ในปี พ.ศ.2115 พระยาแสนสุรินทร์ฤาชัย อายุ 65 ปี จึงประกาศตัวขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ราชาภิเษกมีพระนามว่าพระสุมังคลอัยโกโพธิสัตว์ คนทั้งหลายเรียกว่าพระเจ้าตา (หลาน) เพราะเป็นตาของพระหน่อเมือง แต่บรรดาหัวเมืองทั้งหลายที่เคยขึ้นส่วยกับนครเวียงจันทน์ ไม่ยอมรับพากันกระด้างกระเดื่องแข็งเมือง เสนาข้าราชการทั้งก็ไม่เต็มใจ ด้วยเห็นว่าไม่ใช่เชื้อหน่อแนวกษัตริย์ ราษฎรในเขตแขวงนครเวียงจันทน์จำนวนมาก จึงพากันอพยพย้ายครัวจากพระนครลงมาทางใต้ หลั่งไหลเข้าไปแทรกอาศัยอยู่ในดินแดนจามและขอม ตั้งแต่เมืองร้อยเอ็ดลงมาถึงเมืองจำปาสัก และได้อาศัยอยู่มาจนถึงปัจจุบันนี้

Credited

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here