เฟซบุ๊ก Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความ โดยระบุว่า ลงเรือลำเดียวกัน ดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ประเทศจีนยินดีให้ความช่วยเหลือประเทศไทยในการต่อสู้กับโรคระบาดอย่างเต็มที่ประเทศไทยและประเทศจีนเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดที่มีทัศนียภาพที่เชื่อมโยงกัน ปีนี้เป็นปีครบรอบ 45 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ ในช่วงการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประเทศจีนและประเทศไทยได้เอาชนะความยากลำบาก ดูแลและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แสดงให้เห็นถึงการร่วมกันฝ่าวิกฤต ร่วมทุกข์ร่วมสุข และการร่วมแรงร่วมใจของมิตรภาพดั้งเดิมระหว่างสองประเทศ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชสาส์นแสดงความห่วงใยไปยัง ฯพณฯ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีพระราชทานเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้กับฝ่ายจีน ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการสนับสนุนอันมีค่าที่มอบให้กับฝ่ายจีน ผู้นำไทย เช่น ฯพณฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรและทุกแวดวงสังคมไทยต่างก็ได้แสดงความห่วงใยและสนับสนุนฝ่ายจีน ช่วงระยะนี้ การระบาดของโรคในประเทศไทยรุนแรงมากขึ้น ประชาชนจีนรู้สึกเห็นอกเห็นใจ แม้ว่ากำลังเผชิญกับภารกิจต่อต้านการแพร่ระบาดในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นเดียวกัน ฝ่ายจีนยินดีที่จะช่วยเหลือฝ่ายไทยในรูปแบบต่าง ๆเท่าที่จะทำได้

ช่วงไม่กี่วันมานี้ นายหยาง ซิน อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับฯพณฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทยและได้เข้าพบฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข เพื่อแนะนำมาตรการของประเทศจีนในการช่วยเหลือประเทศไทยต่อสู้กับโรคระบาด รัฐบาลจีนจะให้ความช่วยเหลือฝ่ายไทยในการจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ อาทิเช่น ชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ หน้ากาก N95 และชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ประสานงานกับผู้ประกอบการให้จำหน่ายยาสำหรับรักษาไวรัสโควิด-19ให้กับฝ่ายไทย ผู้ประกอบการจีนจะส่งออกเวชภัณฑ์มายังประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะตอบสนองต่อความต้องการสูงสุดของฝ่ายไทย กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจจีนในประเทศไทยและองค์กรมิตรภาพระหว่างประชาชนของจีนต่างก็รวมตัวกันบริจาคเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้กับฝ่ายไทย อุปทูตหยาง ซินกล่าวว่าในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ประชาชนชนชาวจีนจะคอยอยู่เคียงข้างประชาชนชาวไทย ด้วยความร่วมมืออย่างจริงใจและความพยายามร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ทั้งสองฝ่ายจะสามารถเอาชนะโรคระบาดและฟื้นฟูการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้ ฝ่ายจีนได้ให้การสนับสนุนในด้านต่างๆกับฝ่ายไทยในการต่อสู้กับโรคระบาด ทีมของนายจง หนานซาน ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินหายใจของจีนคอยสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับทีมผู้เชี่ยวชาญของไทยเกี่ยวกับแผนการวินิจฉัยและการรักษาโรค ฝ่ายจีนได้แบ่งปันประสบการณ์การต่อสู้กับเชื้อไวรัส เสนอแผนการการรักษาโรคโควิด-19ฉบับที่ 7( Diagnosis and Treatment Protocol for Novel Coronavirus Pneumonia
(Trial Version 7)และแผนการการป้องกันและควบคุมการระบาดของโควิด-19ในการเดินทาง(Travel Guidelines for Epidemic Prevention and Control) หน่วยงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านการแพทย์และยาเวชภัณฑ์ของทั้งสองประเทศได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการพัฒนายารักษาโรคโควิด-19โดยเฉพาะและวัคซีน หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศได้สำรวจการจัดตั้งกลไกร่วมป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 เชื่อว่าภายใต้ความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย ในที่สุดแล้วจะสามารถเอาชนะโรคระบาดนี้ไปได้โดยเร็ววัน

ขณะที่สถานการณ์ในประเทศไทย ที่กระทรวงกลาโหม มีการประชุม ระหว่างกระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข พลเรือเอก ประวิตร รุจิเทศ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการ ใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมรับการพัฒนาของสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งนี้นายแพทย์ พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ในวันนี้มีข้อมูลผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มอีก 35 คน แต่ขณะนี้ยังสามารถรองรับ ทั้งจำนวนเตียงและห้องพักของผู้ติดเชื้อได้ ซึ่งการฝึกร่วมกับกระทรวงกลาโหมในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์หากมีผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มมากขึ้นในระดับที่สูงกว่าปัจจุบัน ไปจนถึง 5,000 คน สำหรับผู้ป่วยอาการหนักในสถานการณ์จริง ที่ต้องแยกอยู่ในห้องที่มีความดันเป็นลบ มีอยู่ 3 คน แต่ตามหลักการฝึกจะต้องจัดเตรียมห้องรองรับผู้ป่วยอาการหนักให้ได้ 5% , ผู้ป่วยอาการปานกลาง 15% ส่วนผู้ป่วยทั่วไป ซึ่งอาการไม่หนักมาก จะต้องรับให้ได้ 80%

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้คนไทยตื่นตัวซื้อประกันประกันภัยโควิด โดยเฉพาะแบบ”เจอ จ่าย จบ” จ่ายเบี้ยหลักร้อย คุ้มครองหลักแสนทันทีเมื่อตรวจพบการติดเชื้อ โดยเฉพาะการซื้อประกันผ่านช่องทางออนไลน์ จนทำให้ช่องทางการซื้อออนไลน์หลายบริษัทล่ม เช่น บริษัทเมืองไทยประกันภัย และ ทีคิวเอ็ม เป็นต้น

โดย นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) แจ้งผ่านทางเฟซบุ๊คเมืองไทยประกันภัย ว่า “ประกันไวรัสโคโรนา (โควิด-19)” มีผู้สนใจซื้อกรมธรรม์เป็นจำนวนมาก จนครบจำนวนตามที่บริษัทกำหนดไว้ โดยจะมีผลสิ้นสุด ณ วันที่ 17 มี.ค. 2563 เวลา 20.00 น. และพร้อมออกประกันภัยรูปแบบใหม่“ประกันภัยไวรัสโคโรนา ตัวต่อเนื่อง “ โดยจะเริ่มมีผล ณ วันที่ 18 มี.ค. 2563 เวลา 08.30 น.

รายข่าวจากบริษัทเมืองไทยประกันภัย แจ้งว่า 17 มี.ค. มีลูกค้าทะลักเข้ามาซื้อประกันจำนวนมาก 100 รายต่อชั่วโมงผ่านทีมเฉพาะกิจ และคอลเซ็นเตอร์ ทำให้ประกันแบบเจอจ่ายจบเข้าเป้าหมาย หลังจากนี้จะออก 2 แผนใหม่ แบบเจอจ่ายจบ 1แผน ความคุ้มครองไม่สูงมากเท่าเดิม และอีกแผนแบบรองรับค่ารักษาพยาบาล ความคุ้มครองสูง

นายอภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยว่า ภาพรวมประกันโควิด-19 แบบเจอจ่ายจบ น่าจะถึงจุดที่บริษัทประกันแต่ละแห่งต้องควบคุมความเสี่ยงภัยสะสมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ในส่วนที่ขายผ่านช่องทางทีคิวเอ็ม ผลตอบรับดีมาก ทะลุเป้าหมายแล้ว มียอดขายราว 5 แสนกรมธรรม์ จากตั้งไว้ที่3 แสนกรมธรรม์ บริษัทอยู่ระหว่างกำลังพิจารณา ออกประกันรูปแบบใหม่ มีเงื่อนไขคุมความเสี่ยง เช่น มีระยะเวลารอคอย14วัน ไม่เป็นผู้เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง หรือ ใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19

นายอรัญ ศรีว่องไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สินทรัพย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนแบบประกันเจอจ่ายจบ ซึ่งอาจยกเลิกการขาย เพราะด้วยค่ารักษาพยาบาลของโควิด-19 ที่สูงมาก ทำให้แผนประกันในลักษณะนี้อาจจะไม่เพียงพอ พร้อมกับปรับแผนออกประกันโควิดรูปแบบใหม่ ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น แต่เบี้ยก็ต้องเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งนี้ปัจจุบันยอดขายประกันโควิด เป็นแบบเจอจ่ายจบ มียอดขาย20,000กรมธรรม์ ซึ่งยังมีประกันภัยต่อที่เพียงพอ แต่หากมีการยกระดับสถานการณ์ความรุนแรงของการแพร่ระบาดดังกล่าวจะทบทวนรายวัน

นายเกรียงศักดิ์ โพธิเกษม ผู้ช่วยกกรรมการผู้จัดการบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้ออกประกันโควิดชีลด์ ตั้งแต่ต้น 27 ก.พ. ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน พบว่า ตลาดตอบรับดีมาก10,000กรมธรรม์ เพิ่มเป็น30,000กรมธรรม์ใน2สัปดาห์

นางณาตยา สุขุม ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานผลิตภัณฑ์ประกัน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า ธนาคารได้ร่วมพัฒนาประกัน COVID-19 กับบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีผู้สนใจซื้อประกัน COVID-19 ผ่านช่องทางสาขามากกว่า 100,000 กรมธรรม์ ทั้งที่เปิดจำหน่ายมาได้เพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น สามารถตอบโจทย์ได้ถึง 2 แบบประกันด้วยกัน ได้แก่ COVID-19 Care เน้นค่ารักษาพยาบาลและให้ความคุ้มครองเมื่อเข้าสู่ระยะโคม่า และ COVID-19 Plus เจอ จ่ายเงินก้อนเมื่อตรวจพบเชื้อไวรัส COVID-19

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here