เดือนที่แล้วอยู่ดีๆก็มี คลิปเสียงของรัฐมนตรีสิงคโปร์ หลุดออกมาสู่สาธารณะ โดยพูดอย่างถึงพริกถึงขิงเกี่ยวกับการจัดการ COVID-19

เรื่องนี้เป็นเรื่องไม่คาดคิดมากเพราะ เหตุการณ์แบบนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสิงคโปร์ เป็นข่าวใหญ่โตไปทุกหนังสือพิมพ์

แต่ที่สำคัญกว่านั้น คลิปสียงนี้เป็นของนาย Chan Chun Sing (CCS) รัฐมนตรีอนาคตไกลที่ ในอีก 2 ปีข้างหน้าจะขึ้นเป็นรองนายกรัฐมนตรี (ตั้งแต่สมัยผมเรียนมหาลัย อาจารย์เคยพูดว่า เขาคนนี้เป็นตัวเต็งนายกคนต่อจาก ลีเซียนลุง)

เรื่องราวมันมีอยู่ว่า นาย Chan Chun Sing ถูกเชิญให้ไปพูดกับกลุ่มนักธุรกิจ โดยเป็นการประชุมแบบปิดประตู ไม่มีสื่อมลชน โดยนาย CCS ก็พูดใส่แบบไม่ยั้ง เรียกว่า เปิดอกเต็มที่ พยายามอธิบาย ให้นักธุรกิจต่างเข้าใจถึงการรับมือ COVID-19 ของสิงคโปร์ ขอให้บริษัทต่างๆไม่ ไล่พนักงานออก

และด้วยความที่ CCS เป็นอดีตทหาร เคยเป็นหนึ่งในผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่อายุน้อยที่สุด เวลาพูดจาอะไรก็จะออกแข็งๆ โผงผาง ไม่นุ่มนวล และยังเป็นการผู้แบบไม่มีสื่อมวลชนด้วยแล้ว นาย CCS ใส่แบบไม่ยั้งเลยละครับ มีการพาดพิงถึงประเทศอื่นๆ ผมก็ไม่เคยได้ยิน รัฐมนตรีสิงคโปร์พูดแบบนี้ และใครก็ไม่รู้ละอัดเสียงเอาไว้แล้วเอาออกมาปล่อย

ตอนแรกๆก็มีคนบางคนรับไม่ได้ แต่ผลตอบรับโดยรวมๆ เพื่อนๆและผมรู้สึกว่า สิ่งที่เขาพูดมีเหตุมากนะครับ ถ้าตัดเอาการพูดที่ไม่เป็นทางการออกไป เราสามารถเรียนรู้อะไรได้เยอะมากเกี่ยวกับ การคิดของรัฐบาลสิงคโปร์ และ การจัดการโรค COVID-19

วันนี้ผมจะพยายามเอาใจความสำคัญมาสรุป ผมไม่ได้เป็นนักแปลอาชีพ และก็จะพยายาม ไม่ตั้งมาเฉพาะบางประโยคให้ฟังดูผิด โดย Transcript 4000 คำทั้งหมด ไปอ่านได้ในลิงค์ด้านล่างนะครับ

  1. เรื่องหน้ากากอนามัยในสิงคโปร์

ถ้าผมและท่านนายกลี ใส่หน้ากากอนามัยออกมาแถลงข่าว เหมือน Carrie Lam ผู้นำฮ่องกง ทุกคนในสิงคโปร์จะตื่นตระหนก ระบบสาธารณสุขของเราจะมีปัญหาแน่ๆ เราจะไม่มีหน้ากากอนามัยมากพอให้กับโรงพยาบาลของเรา เราจะใช้มันแบบเปลืองๆ เหมือนกระดาษทิชชู่ไม่ได้

ถ้าทุกคนในสิงโปร์ใช้หน้ากากอนามัย วันละ 1 อัน ทุกวันเราจะใช้หน้ากากอนามัยถึงวันละ 5 ล้านชิ้น เราไม่มีทางมีหน้ากากมากพอที่จะต่อสู้กับโรค COVID-19 ไปได้อีก 6 เดือนแน่ๆ”

เอาจริงๆเลยนะ ผมเลยเสี่ยงตัดสินใจไปว่า เราจะทำให้ทุกคนใจเย็นลง แจกหน้ากากให้บ้านละ 4 ชิ้น เอาไว้ใส่ตอนป่วยไปหาหมอ ทั้งหมด ผมใช้หน้ากากไป 5 ล้านชิ้น.

ในตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากเนื่องจาก ยังไม่มีการระบาดในวงกว้างในสังคม

  1. ใครควรได้หน้ากากก่อน

“ผมต้องจัดการใช้หน้ากากเหล่านี้เหมือน การปฏิบัติการทางทหาร

ต้องชัดเจนว่าใครต้องการมันมากที่สุด จัดเป็นกลุ่มๆไป

หมอ พยาบาล บุคลากรการแพทย์ ต้องเป็นคนกลุ่มแรกที่เราต้องให้หน้ากากอนามัยกับพวกเขา

ต่อมาก็เป็น พนักงานบริการแถวหน้า เช่น คนขับแท็กซี่ พนักงานบริการ

ผมคิดอย่างหนักนะว่า เราจะเอาหน้ากากเหล่านี้มาแจกประชาชนให้รู้สึกสบายใจก็ได้ แต่เราก็ต้องวางแผนว่า เราต้องสู้กับโรคนี้ไปอีกนานขนาดไหน”

  1. การกักตุนอาหาร

“เรื่องนี้ ผมอายมากเลยนะ อย่างแรกเลย เราไม่เคยเจอสภาวะขาดแคลนทางอาหารมาตั้งแต่ปี 1970 ตอนนี้ซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆดีใจมากๆ ที่สต็อกข้าวเก่าถูกซื้อไปหมดแล้ว”

เรื่องราวเหล่านี้กระจายผ่าน Social media อย่างรวดเร็วมากๆนะ คนทุกคนก็ตกใจ

ฮ่องกงจะแตกตื่น แล้วคุณคนไปกักตุนอาหารได้ ไรก็ได้ เพราะหลังจากนี้ ทุกคนก็ยังอยากไปลงทุนที่ฮ่องกงอยู่ดี เพราะฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน

แต่สิงคโปร์จะทำแบบนั้นไม่ได้ ถ้าเราทำตัวแบบไม่คิดแบบนี้ ในอนาคตใครจะกล้ามาลงทุนกับเรา”

  1. ชีวิตหลัง COVID-19

เราต้องเรียนรู้จากโรค SARS นะ อะไรคือบทเรียนที่สำคัญที่สุด

เราจะเตรียมตัวยังไงให้ เราฟื้นตัวได้เร็วที่สุดหลังจาก COVID-19 จบลง

เพราะฉะนั้นในงบประมาณปีนี้ เราจะช่วยพยุงธุรกิจของพวกคุณ แต่ผมต้องขอว่าอย่ามองสถานการณ์แค่ในปัจจุบัน แต่มองกันไกลๆ วางแผนดีๆ

อย่าเพิ่งไล่พนักงานของคุณออก เอางบจากรัฐบาลตอนนี้ไป training พนักงานของคุณ เพิ่มความรู้ พอต่อจากนี้ เราจะได้ฟื้นตัวได้เร็ว

ถ้าคุณไล่คนออกตอนนี้ เราทุกคนแย่แน่

และใช้เวลาช่วงนี้ เปลี่ยนแปลง Business Model ของคุณ ดูดีๆว่ากระจ่ายความเสี่ยงไปที่ไหนได้บ้าง อย่างพึ่งพา supplier จากประเทศเดียว

  1. การท่องเที่ยวไม่ใช่เกมตัวเลข

จริงๆแล้วอะนะ การท่องเที่ยวสิงคโปร์โตได้เร็วกว่านี้อีก

แต่เราพยายามจำกัดการโตให้ไม่เกิน 20% ของนักท่องเที่ยวทุกประเทศ ไม่ว่าจะจีน อินโด อินเดีย

เหตุผลก็เพราะว่า เมื่อใดก็ตามที่ประเทศเหล่านี้มีปัญหา เช่นจีนตอนนี้ นักท่องเที่ยวจีน หายไปจน การท่องเที่ยวของเราเกือบตาย

เราต้องโตทุกตลาดไปพร้อมๆกัน เราจะได้ไม่พึ่งพาประเทศไหนมากเกินไป เกิดอะไรกับประเทศเหล่านั้น เราจะยังไม่โดนผลกระทบมากนัก


สุดท้ายนี้นะครับ ผมเขียนบทความนี้ไม่ได้เพื่อวิจารณ์ใครทั้งนั้น และพยายาลแปลไปที่หลักแนวคิด อ่านให้ได้คิดเห็นแตกต่างกันไปนะครับ ส่วนตัวผม ผมว่าวิธีการพูดของ CCS ก็ตลกดี เป็น Singlish อย่างแท้จริง และเป็นคนที่คิดเป็นเห็นเป็นผลดี หลายอย่างที่ผมเห็นด้วย และหลายอย่างที่ผมไม่เห็นด้วย

ลิงค์ข้อมูล: https://mothership.sg/2020/02/chan-chun-sing-leaked-transcript/

https://www.scmp.com/week-asia/politics/article/3051177/singapore-hospitals-would-suffer-if-leaders-wore-masks-hong

https://www.straitstimes.com/singapore/leak-of-closed-door-chan-chun-sing-meeting-deeply-disappointing-and-a-betrayal-says

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here