มองแบบ 360 องศา ในเมื่อ “กฏแห่งกรรม” มันไม่สามารถ ตามได้ทัน เขาจึงได้ตัดสินใจ เรียกร้อง ความเป็นธรรม

0
1400

มองแบบ 360 องศา
“*”

…เมื่อเกิดเหตุ​ ปัญหาสังคมร้ายแรง​ เช่นนี้
คนทุกคน​ ย่อมกล่าวโทษ​ ด่าทอ​ และสาป
แช่งคนร้าย​ ที่เขาได้ลงมือกระทำการ
อันรุนแรง​ และโหดร้าย​ เช่นนี้

…นั่นคือ​ ส่วนสุดท้าย​ อันเป็นปลายเหตุ
ของปัญหาทั้งมวล​ ที่ได้จบสิ้นลงไปแล้ว

…แต่สังคม​ เคยสงสัย​ บ้างหรือไม่​ ?
ว่าสาเหตุใด​ หรือว่าการกระทำของผู้ใด
ที่เปลี่ยนแปลง​ พฤติกรรมของนายทหาร
ให้กลับกลายมาเป็น…” ปีศาจร้าย” เช่นนี้

…เมื่อนายทหาร​ ทุก​นาย​ของกองทัพนั้น
ถูกฝึกฝน​ ให้เป็นบุคคลผู้ที่มีความอดทน
อดกลั้นอย่างสูง​ ทั้งทางด้านร่างกาย​ และ
ทางด้านสภาวะอารมณ์​ ที่ถูกกดดัน

…เมื่อบุคคลที่มี​ ความอดทนสูง​ แล้วกลับ
กลายเป็นคนที่ขาดสติ​ ขาดสามัญสำนึก
ทำในสิ่งที่เลือดเย็น​ และโหดร้ายได้มาก
ถึงขนาดนี้

…สังคม​ เคยตั้งคำถามสงสัย​ กันบ้างไหม?
ว่า​มันคงจะเป็น… “ฟางเส้นสุดท้าย”….
แล้วจริง​ ๆ

…คนที่สามารถ​ เปลี่ยนคนธรรมดา​ ๆ​
คนนึง​ ให้กลายร่างมาเป็น…” ปีศาจร้าย”
ได้นั้น…เขาจะร้าย​ ! มากเพียงใด

…ใครกัน​ ? ที่รังแก​ และข่มเหงจิตใจ
ของคนร้าย​ ให้อยู่ในสภาวะ​ ที่ต้องจำทน
และจำยอม​ จนฟางเส้นสุดท้าย​นั้น​ มันได้
ขาดสะบั้นลง

…เราควรจะต้อง​ “กล่าวโทษ” คนที่เป็น
ต้นเหตุของเรื่อง…มหาวิบัติ…นี้ทั้งหมด
มันถึงจะถูก

…เพราะถ้าหาก​ “จ่าจักรพันธ์​ ถมมา”
เขาไม่ถูกรังแก​ ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ
หยามเกียรติ​ และศักดิ์ศรี​ ของลูกผู้ชาย
ชาติทหารแล้ว…เขาคงจะไม่กระทำการ
อันโหดร้าย​ เช่นนี้

…ความยากจน​ ความต่ำต้อย​ ในฐานะ
ที่แตกต่าง​กันนั้น มันก็มีให้เห็นอยู่แล้ว​
ในประชาชนหมู่มาก​ ของประเทศเรา

…แต่คนทุกคน​ มันก็เป็น​ “คน” เหมือนกัน
ทุกคนต่างมีเกียรติ​ และศักดิ์ศรีของตน

…การถูกหลอก​ ถูกโกง​ และถูกช่วงชิง
ด้วยความ​ “อยุติธรรม” ความไม่เป็น
ธรรม​ แก่ตนเองนั้น

…ขอถามหน่อยว่า​ มีใครบ้างไหม​ ?
ที่จะยอม​ ให้คนอื่นย่ำยี​ ในสิ่งที่เป็น
” สิทธิอันชอบธรรม​” ของตัวเอง

…ในเมื่อ “กฏแห่งกรรม” มันไม่สามารถ
ตามได้ทัน เขาจึงได้ตัดสินใจ เรียกร้อง
ความเป็นธรรม ให้แก่ตัวเอง

…”คนร้าย” เขาเป็น​ นายทหาร​ ถูกฝึกให้
เป็นพลแม่นปืน​ ในสังกัดของกองทัพบก

…เมื่อ​ ” สติ​หลุด​” หรือ​ ฟางเส้นสุดท้าย
ได้ขาดสะบั้นลงแล้ว​ ตัวเขาจึงใช้แค่
“สัญชาตญาณ” การเอาตัวรอด​ จนถึง
ี่ที่สุด​ เพราะการกระทำ​ ที่ผิดกฏหมาย
ของตนเอง

…การที่เขากราด​ยิง ฆ่าผู้บริสุทธิ์ตาย
เกลื่อนเมืองแบบนี้​ เป็นเพราะเขาเอา​
“สัญชาตญาณ” ของทหารมาใช้

…หากทหาร​ “ฆ่า” คนตาย…แล้วสลด
เขาคงเลิกเป็นทหาร​ กันไปนานแล้ว
จริงไหม​ ?

…ที่สำคัญ​ “นายทหาร” ถูกฝึกฝนมา
ให้​ “สู้​ ” จนถึงวาระสุดท้าย​ ยอมตาย
ในหน้าที่​ หรือสิ่งที่ได้รับมอบหมายมา
ต้องรักษาที่มั่นสุดท้าย​ เอาไว้ให้ได้
ด้วยชีวิต

…สังคม​ เคยคิดบ้างไหม​ ?
ว่า​ การกระทำของคนร้าย​ ในครั้งนี้
อาจจะเป็นการ​ “เรียกร้อง” ให้สังคม
หันมามอง​ ถึงความไม่ถูกต้อง​ และ
ความไม่เป็นธรรม​ในสังคม​ ที่เขากำลัง
เผชิญอยู่​ในชีวิต​ ณ​ ขณะนี้

…หากการตะโกน​นั้น​ มัน​ “ไม่ดังพอ”
เขาจึงเลือกทำ​ ในสิ่งที่โลก​ ต้องจดจำ
ว่า…ตัวเขานั้น​ ถูก​ “ความอยุติธรรม”
เข้าห้ำหั่นรังแก

…เราเชื่อว่า​ คนทุกคนย่อม​ “รักแม่”
ด้วยกันทั้งนั้น​ แต่เขาคงมาไกลเกินกว่า
ที่จะถอยหลังกลับไปได้แล้ว

…รู้ไหม​? “นายหน้า” ที่เป็นต้นเหตุของ
ปัญหาเรื่องนี้​ เขายังมีชีวิตอยู่

…ถ้าหาก​ “คุณ” ไม่ไปรังแกเขาก่อน
หากคุณ​ เป็นคนซื่อตรง​ ไม่เอาของผู้อื่น
เหตุการณ์อันน่าเศร้าสลด​ เช่นนี้
มันคงจะไม่เกิดขึ้น

…เขาก็คงจะได้เงิน​ 50,000 บาท​ มันคือ
สิทธิ์ที่​ “จ่าจักรพันธ์​ ถมมา” เขาควรจะ
ได้อย่างถูกต้อง

…เงิน​ 50,000​ บาท​ (ตั้งครึ่งแสน)​ นี้นั้น
เราทุก​ ๆ​ คน​ เคยคิดกันบ้างไหมว่า..

…”จ่าจักรพันธ์​ ถมมา” เขาอาจจะอยาก
เอาไปให้…แม่เฒ่า​ (แม่ของเขา)​ ก็ได้
เงินมากมายขนาดนี้​ ใครบ้างล่ะ…ที่จะยอม

…คนที่เปลี่ยน​ นายทหาร​ ” ฝีมือดี​ ” คนนึง
ของกองทัพไทย​ ให้กลายเป็น…ปีศาจ…
เป็น​ ” มัจจุราช​” ผู้คร่าชีวิตคนบริสุทธิ์ได้

…คนๆ​ นั้น​ ก็คงจะ​ “ร้ายกาจ” ยิ่งกว่า
เพราะเขาที่ไปรังแก…และไปเริ่มจุด​
“ชนวนระเบิด” ในจิตใจ​ ที่ถูกกดดัน
ของ…”จ่าจักรพันธ์​ ถมมา”…

…เพราะจ่าจักรพันธ์​ เขาเรียกร้อง
“ความเป็นธรรม” ให้แก่ตัวเอง​ ในรูปแบบ
และวิธีที่ผิด​ ๆ

…เพราะเสียง​ ที่ตะโกน​ออกมาของเขา​
มันไร้ค่า​ และไม่ดังพอ​ ! คนอื่น​ ๆ​ จึงต้อง
มาร่วมรับชะตากรรมด้วย

…สงสาร​ “แม่เฒ่า” จับหัวใจ

…หากย้อนเวลา​ กลับไปได้อีกครั้ง
“แม่เฒ่า” คงจะบอกลูกชายว่า…

” อย่าเสียดาย​ มันเลยนะลูก
……. แค่มี​ลูก​ อยู่กับแม่​ …….
มันก็เป็น​ “ของขวัญ”…ที่ดี​ ที่สุดแล้ว”

…สังคม​ เห็นกันแล้ว​ ใช่หรือไม่​ ?
ว่า​ การไร้ซึ่ง​ “คุณธรรม” ในสังคมนี้
มันได้ส่งผลกระทบ​ อย่างไรบ้าง

…เข้าใจ​ แล้วใช่ไหม​?
ว่าทำไม​ การรักษา ” ศีล​ 5​ ” นั้น
มันจึงสำคัญ…และมีความหมาย
มากมายแค่ไหน

“*”

้เรียกข้าว่า…” ศรีมาตุลี “…

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here