เอเจนซีส์/เอพี – ทำเนียบขาวเปิดเผยล่าสุดว่าประธานาธิบดีทรัมป์เป็นผู้สั่งการให้ใช้การโจมตีทางอากาศสังหาร พลเอกกัสเซ็ม สุไลมานี ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ “คุดส์” เสียชีวิตที่ท่าอากาศยานกรุงแบกแดดช่วงเช้ามืดวันศุกร์(3 ม.ค) รวมไปถึงผู้ช่วยผู้บัญชาการกลุ่มติดอาวุธ PMF ในอิรักที่มีอิหร่านให้การสนับสนุน พบจรวดหลายลูกตกลงมาในบริเวณสนามบิน

หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษ รายงานวันศุกร์(3 ม.ค)ว่า ทำเนียบขาวออกมาแถลงยอมระบุว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้ออกคำสั่งสังหาร พลเอก กัสเซ็ม สุไลมานี (Qassem Suleimani) ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ “คุดส์” (Quds force)วัย 62 ปีที่ทรงอำนาจในการใช้การโจมตีทางอากาศที่ท่าอากาศยานกรุงแบกแดดของอิรักในช่วงเช้ามืดวันศุกร์(3)
สุไลมานีเป็นผู้ออกปฎิบัติการทางทหารทั้งในอิรักและซีเรียตกเป็นเป้าโจมตีในขณะที่กำลังอยู่ในขบวนคอนวอยที่ถูกขับจากท่าอากาศยานโดยพันมิตรในท้องถิ่น กลุ่มติดอาวุธป็อปปูลาร์ โมบิไลเซชัน ยูนิตส์ (Popular Mobilisation Units)หรือ PMF ในอิรักที่มีอิหร่านสนับสนุน พบว่าผู้ช่วยผู้บัญชาการ PMF อาบู มาห์ดี อัล-มูฮานเดซ( Abu Mahdi al-Muhandes) คนใกล้ชิดของสุไลมานีถูกสังหารเช่นกัน


สถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่านและเจ้าหน้าที่อิหร่านอีก 3 คนยืนยันการเสียชีวิตของผบ.กองกำลังคุดส์


เอพีรายงานว่า สถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่านกล่าวอ้างไปถึงแถลงการณ์ของกองกำลังปกป้องการปฎิวัติอิหร่านว่า สุไลมานีได้ทำการพลีชีพจากการโจมตีด้วยเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯใกล้กับท่าอากาศยาน แต่ไม่มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติม


แต่ทว่าในการอ้างอิงจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯพบว่า การโจมตีทางอากาศเกิดมาจาก “อากาศยานโดรนติดอาวุธ” ที่ได้โจมตีไปที่เป้าหมายรถของเขาบนถนนใกล้กับท่าอากาศยานแบกแดด ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงทางความมั่นคงของแบกแดดชี้ว่า การโจมตีเกิดขึ้นใกล้กับบริเวณคาร์โกหลังจากที่สุไลมานีออกมาจากเครื่องบินของเขาและขึ้นรถที่มีอัล-มูฮานเดซและผู้บัญชาการกองกำลังติดอาวุธคนอื่นๆอยู่ในนั้น


เจ้าหน้าที่อิรักกล่าวว่า เครื่องบินของผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษคุดส์ของอิหร่านน่าจะเดินทางออกมาจาก”เลบานอน” หรือ “ซีเรีย”


ส่วนเจ้าหน้าที่กองกำลังติดอาวุธอิรัก PMF ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ร่างของสุไลมานีและอัล-มูฮานเดซแหลกละเอียด โดยนักการเมืองระดับแกนนำระบุว่า มีการระบุตัวสุไลมานีได้จากแหวนที่เขาสวม ซึ่งการสังหารนี้นอกจากคนทั้งคู่ที่เสียชีวิตแล้วยังวรวมคนอื่นอีก 5 คน และ โมฮัมเหม็ด เรดา (Mohammed Reda) เจ้าหน้าที่กระบวนการท่าอากาศยานของกองกำลัง PMF อ้างอิงจากเจ้าหน้าที่อิรัก


กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯแถลงว่า สุไลมานีเป็นตัวบงการวางแผนโจมตีนักการทูตสหรัฐฯและกองกำลังสหรัฐฯในอิรักและตลอดทั้งทั่วภูมิภาค


นอกจากนี้ทางกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯยังกล่าวหาว่า สุไลมานีเป็นผู้อนุมัติการโจมตีสถานทูตสหรัฐฯในกรุงแบกแดดเมื่อต้นสัปดาห์นี้


เอพีรายงานก่อนหน้าว่า สำนักข่าวที่เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังติดอาวุธ PMF ได้ยืนยันว่า ทั้งสุไลมานีและอัล-มูฮานเดซเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯระหว่างอยู่ในรถบนถนนที่กำลังเข้าสู่ท่าอากาศยานกรุงแบกแดด ซึ่งนักการเมืองระดับสูงของอิรักและเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงระดับสูงออกมาชี้กับเอพีว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลยเวลาหลังเที่ยงคืนไปแล้ว


โดยในแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯได้ระบุว่า “พลเอกสุไลมานีเป็นผู้ทำการวางแผนโจมตีนักการทูตสหรัฐฯและกองกำลังสหรัฐฯในอิรักและตลอดทั้งทั่วภูมิภาค” และกล่าวต่อว่า “การโจมตีครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดการคุกคามแนการโจมตีจากอิหร่าน สหรัฐฯจะยังคงใช้ทุกมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องประชาชนของเราและผลประโยชน์ของเราไม่ว่าจะอยู่จุดใดของมุมโลก”


ไม่กี่นาทีก่อนแถลงการณ์ออกมาพบว่าทรัมป์ได้ทวีตภาพ “ธงชาติสหรัฐฯ” โดยที่ไม่มีข้อความประกอบ และหลังจากนั้นทางทำเนียบขาวได้ออกแถลงการณ์โดยกล่าวว่า เป็นมาตรการป้องกันแบบหวังภายใต้การสั่งการจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ


RT รายงานว่า อิหร่านออกมาประกาศที่จะตอบโต้สหรัฐฯอย่างสาสมโดยชี้ว่า ถือเป็นการกระทำก่อการร้ายระหว่างประเทศ โดยรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน จาวาด ซารีฟ ได้ออกมาประณามการโจมตีของสหรัฐฯครั้งนี้ทำให้ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษคุดส์ของอิหร่านเสียชีวิตถือเป็นการกระทำก่อการร้ายระหว่างประเทศ พร้อมเตือนว่าสหรัฐฯจะต้องได้รับผลที่ตามมาอย่างสาสม


สื่อรัสเซียรายงานต่อว่า นอกเหนือจากสุไลมานีและหัวหน้ากองกำลังติดอาวุธอิรักจำนวนไม่กี่คนเสียชีวิต พบว่าทหารนาวิกโยธินสหรัฐฯสามารถจับกุมตัวผู้บัญชาการรบติดอาวุธอิรักได้ 2 คน


ด้านผู้นำสูงสุดอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ออกมาเตือนว่า “การล้างแค้นอย่างป่าเถื่อนกำลังรอคอยต่อสหรัฐฯ”หลังเหตุโจมตีทางอากาศ พร้อมกับเรียกสุไลมานีว่า เป็นโฉมหน้าผู้ต่อต้านนานาชาติ และประกาศให้มีการจัดไว้อาลัยแก่ตัวเขาเป็นเวลารวม 3 วัน นอกจากนี้ทางอิหร่านยังเรียกอุปทูตสวิตเซอร์แลนด์ที่เป็นตัวแทนผลประโยชน์ของสหรัฐฯในกรุงเตหะรานเข้ามารับการประท้วงต่อการสังหาร


สถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่านเรียกคำสั่งสังหารผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษคุดส์ของทรัมป์ว่า เป็นการคำนวนที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดของพวกอเมริกันนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกล่าวว่า “ประชาชนของภูมิภาคจะไม่ยอมให้พวกอเมริกันอยู่อีกต่อไป”

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here