ถ้าแมตช์ทีมชาติไทยชนะทีมชาติจีน 1-0 ในวันชาติของจีน เมื่อ 1 ต.ค. 2533 คือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่แล้ว นี้คือความพ่ายแพ้แห่งศตวรรษของทีมชาติไทย

12 พ.ย. 2512 ณ สนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ ฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 2 รอบแรก ทีมชาติไทยพบทีมชาติลาว ท่ามกลางผู้เข้าชม 30,000 กว่าคน ทีมเจ้าถิ่นมีนักเตะชุดโอลิมปิก เม็กซิโก ค.ศ. 1968 อยู่ในทีม 10 คน ออกนำไปก่อน 2-0 น.6 (ธาตรี สงมา) น. 14 (เกรียงศักดิ์ นุกูลสมปรารถนา) ก่อนทีมเยือนจะตามมาเป็น 1-2 น. 43 จากท้าวเพ็ง สวรรค์ กัปตันทีมชาติลาวที่พึ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมา

ครึ่งหลังทีมไทยนำห่าง 3-1 น. 60 (นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์) ทีมลาวตามเป็น 3-2 น. 64 จากท้าวสิทธิรัตน์ พระสวัสดิ์ และตีเสมอเป็น 3-3 น. 68 จากท้าวเพ็ง สวรรค์ ก่อนหมดเวลาแค่ 10 นาที ทีมชาติลาวขึ้นนำเป็นครั้งแรก 4-3 จาก “แฮททริก” ของท้าวเพ็ง สวรรค์ ในน. 80 แม้ว่าทีมชาติไทยจะบุกอย่างหนัก แต่ท้าวสมนึก วิสัยสุด ผู้รักษาประตูสามารถป้องกันไว้ได้หมดทำให้พ่ายแพ้ไป (3-4) โดยหนังสือพิมพ์ตีพิมพ์ข่าวว่า “เป็นการปราชัยครั้งยิ่งใหญ่ ในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลเมืองไทย” และบางฉบับถึงกับเรียกแมตช์นี้ว่า “ฟุตบอลถล่มเมือง”

อนึ่ง ท้าวเพ็งสวรรค์ ที่ถูกแบกขึ้นบ่าวิ่งฉลองชัยไปรอบสนามศุภฯ ในวันนั้น เพิ่งเสียชีวิตเมื่อต้นปี 2562 ท่านเรียนจบจากฝรั่งเศส พอเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงย้ายไปอยู่ฝรั่งเศสเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมส่วนใหญ่ แต่บางคนไปอยู่อเมริกา ก่อนกลับมาอยู่ลาวเมื่อ พ.ศ. 2552

ในทีมชุดดังกล่าว คือท้าวก้อนคำ โลสเคียว และท้าววัฒนา อุเทนศักดิ์ดา (ยังมีชีวิตอยู่ที่ลาว) หลังกลับจากไทยได้ถูกจ้างให้ไปเล่นที่ฮ่องกง ระหว่าง ค.ศ. 1973 -1974 นอกจากนี้ ยังมีบางคนไปเล่นในลีกของยุโรปช่วงลี้ภัยการเมืองอีกด้วย

นับจากแมตช์ “ฟุตบอลถล่มเมือง” ทีมชาติไทยชุดใหญ่ ก็ยังไม่เคยพลาดท่าแพ้ทีมชาติลาว ที่สร้างประวัติศาสตร์ไว้ที่สนามศุภชลาศัยฯ เมื่อ 50 ปีที่แล้วอีกเลยจนถึงปัจจุบัน.

ทีมชาติลาวชุดอันดับ 4 ฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 2 ค.ศ. 1969 จำนวน 16 คน คือท้าวสมนึก วิสัยสุด, ท้าวก้อนคำ โลสเคียว, ท้าวทองวรรณ ศรีจำปา, ท้าววัฒนา อุเทนศักดา, ท้าวดวงดี ชัยสงคราม, ท้าวเดช ธานเสรี, ท้าวทองสุก, ท้าวอุดม แสงศิริวรรณ, ท้าวเทือง, ท้าวลาโมน เพชรผองศรี, ท้ายสายทอง ศรีปราศรัย, ท้าวอำพัน, ท้าวคำเผ้า, ท้าวศรีประเสริฐ, ท้าวสิทธิรัตน์ พระสวัสดิ์ และท้าวเพ็ง สวรรค์ (กัปตันทีม) มีโฮ ยิ ฟัน ชาวฮ่องกงเป็นโค้ช, ท้าวทองหล่อ เมฆคนา ผช.โค้ช และพ.อ.สกุล ชนะนิกร เป็นผู้จัดการทีม

ขอบคุณข้อมูล คุณภูเบศ ศุภพิพัฒน์ จนท.สมาคมฟุตบอลสปป.ลาว #สมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งประเทศไทย #พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม #หนังสือศตวรรษฟุตบอลไทย

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here