ก่อนที่ขบวนธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง จะเดินทางเข้าสู่ราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อประกอบพิธีปิดโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินที่ปราสาทนครวัด จังหวัดเสียมราฐ ในวันพรุ่งนี่ (30 ตุลาคม 2562)

ช่วงเช้าวันนี้มีพิธีตักบาตรพระสงฆ์ลุ่มน้ำโขงและพระสงฆ์ในจังหวัดนครพนม ประมาณ 70. รูป ณ.พญาศรีสัตตนาคราช ริมแม่น้ำโขง โดนมีพุทธศาสนิกชนชาวนครพนม มาร่วมตักบาตรพระสงฆ์ 5 แผ่นดินจำนวนมาก

ระหว่างพิธีการ นายสุภชัย วีระภุชงค์เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย กล่าวสรุปภาพรวมงานธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง ตลอด 17 วัน ว่ากำลังจะเข้าสู่แผ่นดินสุดท้าย คือ ราชอาณาจักรกัมพูชา ที่จังหวัดเสียมราฐ เป็นการธรรมย่าตราย้อนเส้นทางตั้งแต่ตอนเหนือ พื้นที่ส่วนหนึ่งของอาณาจักรโยนกปุระ ที่อ.เชียงแสน จังหวัดเชียงราย เข้าสู่ ท่าขี้เหล็ก เชียงตุง รัฐฉาน เมียนมา มุ่งหน้า จังหวัดเดียนเบียน เวียดนาม ที่พระสงฆ์นิกายมหายาน และเถรวาท ตักบาตรร่วมกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ขบวนธรรมยาตรายังเดินทางต่อไปยัง “หลวงพระบาง” “นครหลวงเวียงจันทน์”เมืองที่พุทธศาสนาปักหลักอย่างมั่นคงนับพันปี. ก่อนจะกลับมาที่ภาคอีสาน สกลนคร นครพนม ศรีสะเกษ และวันนี้จะเดินทางเข้าสู่ราชอาณาจักรกัมพูชา ถือว่าเป็นดินแดนทางใต้ของ “อาณาจักรเจนละ”

เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ยังกล่าวถึงพิธีปืดโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินในวันพรุ่งนี้ว่า ได้รับเมตตาตากพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และสมเด็จเดโชฮุนเซน นายกรัฐมนตรี อนุญาตให้ใช้”ปราสาทนครวัด” เป็นสถานที่ประกอบพิธีปิดโครงการ

“นครวัด”” เป็นหมู่ปราสาท และเป็นศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยพื้นที่ 1.6 ล้านตารางเมตร เป็น”เมืองหลวง” และ”ศาสนสถาน” ประจำรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ที่สร้างอุทิศถวายแก่”พระวิษณุ” ก่อนจะเปลี่ยนเป็น”ศาสนสถาน”ใน”ศาสนาพุทธ” ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12 ที่สำคัญ”ปราสาทนครวัด” ยังเป็นสัญลักษณ์ ปรากฎอยู่บน”ธงชาติกัมพูชา” ด้วย

สำหรัยจุดที่มีการใส่บาตรพระสงฆ์ 5 แผ่นดิน คืออนุสาวรีย์”พญาศรีสัตตนาคราช”ริมแม่น้ำโขง เป็นองค์พญานาคทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน หล่อด้วยทองเหลือง 9,000 กก. เป็นรูปพญานาคขดหาง 7 เศียร ประดิษฐานบนแท่นแปดเหลี่ยม กว้าง 6 เมตร ความสูงทั้งหมด 15 เมตร สามารถพ่นน้ำได้ ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกจุดที่กลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของจังหวัด”นครพนม”

ความเชื่อเรื่อง”พญานาค” สำหรับชาวพุทธเป็นเรื่องที่ถูกเล่าขานมาทั้งใน”พุทธประวัติ” และบรรดาเกจิอาจารย์หลายรูป. เป็นความเชื่อและความศรัทธาของของพุทธศาสนิกชนไทย และพุทธศาสนิกชนลาว ฝั่งลาวจะมมีความเชื่อว่า “พญาศรีสัตตนาคราช” เป็นใหญ่เหนือพญานาคทั้งปวงในฝั่งลาว

ส่วนฝั่งไทยเชื่อว่า “พญาศรีสุทโธนาคราช”เป็นใหญ่เหนือพญานาคทั้งปวงในฝั่งไทย พญานาคทั้งสององค์ชอบจำศีล บำเพ็ญเพียร และปฏิบัติธรรม เหมือนกัน และชอบมาที่”วัดพระธ่าตุพนม”เหมือนกัน

ก่อนหน้านั้นในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา พระสงฆ์ 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง ร่วมพิธีเจริญพุทธมนต์ ถวายเครื่องไทยธรรม และถวายผ้าห่มพระธาตุที่พระธาตุพนม ปูชนียสถานสำคัญ ของจังหวัดนครพนมอันเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนสองฝั่งโขง

โดยมีพระเทพวรมุนี เจ้าคณะจังหวัดนครพนม และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม นายรังสรรค์. คัมภีรานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม คุณหญิงพันธ์เครือ ยงใจยุทธ เข้าร่วมในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย อาทิ นายอภัย จันทนะจุลกะ รองประธานชมรมโพธิคยา และนายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย

พิธีการสุดท้ายที่”พระธาตุพนม”คือการปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ จากพุทธคยา อินเดีย สัญลักษณ์แทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นับเป็นต้นที่ 33 นับตั้งแต่เคลื่อนขบวนธรรมยาตรา

สำหรับวัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร เป็นวัดพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร มีลักษณะเป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยมจตุรัสก่อด้วยอิฐ กว้างด้านละ 12.33 เมตร. สูง 57 เมตร แบ่งเป็น 6 ชั่น. ชั้นที่ 1 คือ. ส่วนฐานพระธาตุพนม , ชั้นที่ 2 จะเต็มไปด้วยพระพุทธรูปที่ญาติโยมนำมาบรรจุภายใน

ชั้นที่ 3 ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดของพระบรมธาตุเจดีย์ เป็นที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระพุทธเจ้า

ชั้นที่ 4 เป็นมณฑปครอบพระอุรังคธาตุ 9 ชั้น มีพระพุทธรูปสมัยโบราณ ชั้นที่ 5 เป็นชั่นมหาปราสาท บรรจุคัมภีร์ใบลานบอกเล่าเรื่องราวองค์พระธาตุพนม ชั้นที่ 6 มีพระพุทธรูปทองคำ 3 องค์ ที่ญาติโยมสร้างถวาย

กำหนดการในวันนี้ขบวนธรรมยาตราจะเดินทางจากจังหวัดนครพนม มุ่งหน้าด่านชายช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ มุ่งหน้าสู่จังหวัดเสียมราฐ กัมพูชา เพื่อทำพิธีปืดโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขงวันพรุ่งนี้

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here