มาร์ค และ ชาน ซักเคอร์เบิร์ก ตัวอย่างของคนรุ่นใหม่

0
253

วิถีของอภิมหาเศรษฐี
มาร์ค และ ชาน ซักเคอร์เบิร์ก
ตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ ที่จะเป็นอนาคตใหม่ของสังคม

อะไรที่ทำให้ผู้หญิงธรรมดาๆ จากครอบครัวอพยพ ครองใจอภิมหาเศรษฐีหนุ่มที่รวยที่สุดในโลก

และตัวตนของหญิงชาวบ้านผู้นี้ สอนอะไรให้กับอภิมหาเศรษฐีหนุ่มผู้นี้

มาติดตามกัน
………………………………………………………………….
ราวปี 2015 มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก และภรรยา ชาน ซักเคอร์เบิร์ก ได้ก่อตั้งหน่วยงานการกุศลขึ้นมา ชื่อว่า Chan Zuckerberg Initiative (CZI)

เพื่อพัฒนาการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์เพื่อรักษาโรคที่ยังรักษาไม่ได้ในปัจจุบันและแก้ปัญหาเรื่องการศึกษาด้วยเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างมีคุณภาพ

ที่น่าสนใจคือมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ได้ประกาศว่าจะขายหุ้นเฟซบุ๊ก 99% ของจำนวนหุ้นที่เขามีทั้งหมดเพื่อบริจาคเข้าองค์กรนี้

โดยการบริจาคนี้จะไม่ได้ทำในทันทีแต่จะเป็นการค่อยๆ บริจาคไปตลอดในช่วงชีวิตของเขา ซึ่งในล็อตแรกก็คือ 4 แสนล้านบาทนั่นเอง

คงมีคนอยากรู้ว่ามูลค่าหุ้นเฟซบุ๊กที่มาร์ค ซักเคอร์เบิร์กถืออยู่ทั้งหมดที่มูลค่าเท่าไร?

คำตอบคือ 2 ล้านล้านบาท!!

โดย 99% ของทรัพย์สินทั้งหมดจะถูกบริจาคให้องค์กรนี้ ซึ่งหมายความว่า

มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก จะเหลือเงิน 1% ของ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 2 หมื่นล้านบาทเท่านั้น

คงมีคนรวยไม่กี่คนบนโลกนี้ที่จะยอมเฉือนทรัพย์สินของตัวเองมากขนาดนี้ให้คนอื่น

มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ได้ให้เหตุผลว่า เขาอยากให้การบริจาคนี้มีส่วนที่จะทำให้โลกนี้น่าอยู่มากขึ้นสำหรับ Max ลูกสาวของเขาที่กำลังจะเติบโตขึ้นมา ภายในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า องค์กรนี้จะเริ่มทำโครงการต่างๆ มูลค่าแสนล้านบาท

อะไรหรือใคร เป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้อภิมหาเศรษฐีหนุ่มบริจาคเงินที่หามาได้เกือบทั้งหมดเพื่อสังคม

ภรรยาของเขา คือหนึ่งในเหตุผลนั้นแน่นอน

………………………………………………………………….
ชาน เกิดมาในครอบครัวเล็กๆ ในค่ายอพยพเธอเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายจีน โดยพ่อของเธอเป็นผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามและแม่ของเธอเป็นชาวจีนที่อพยพมาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา

พ่อแม่ของชาน เปิดร้านอาหารในอเมริกา ทั้งสองคนทำงานวันละถึง 18 ชั่วโมง เพื่อเลี้ยงดูครอบครัว

ในวัยอายุเพียง 13 ปี นั้น เธอเริ่มเตรียมตัวที่จะเข้ามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ด้วยความพยายามของเธอ ทำให้เธอกลายเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดของโรงเรียน

แล้วเธอก็ทำฝันให้เป็นจริงได้สำเร็จ โดยสามารถเข้าศึกษาต่อในสาขาชีววิทยาของฮาร์วาร์ดได้

หลังจากที่ ชาน จบการศึกษาแล้ว เธอก็ได้ทำงานเป็นครูชีววิทยา สอนในระดับชั้น ป.4 และ ป.5 ที่โรงเรียน The Harker School

แต่ปีเดียวหลังจากนั้น เธอก็ตัดสินใจลาออก และสานฝันของตนเองที่อยากเรียนต่อด้านกุมารแพทย์ ที่ University of California

หลังจากเรียนหมอจบ เธอได้ทำงานเป็นกุมารแพทย์ และนอกจากนั้นเธอก็ได้ก่อตั้งโรงเรียนประถมขึ้นอีกด้วย

ปี 2012 เธอได้แต่งงานกับมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก หลังจากที่ทั้งคู่คบหาดูใจกันมาตั้งแต่สมัยเรียนที่ฮาร์วาร์ด

ในสมัยเรียนนั้นเพื่อนทุกคนต่างพากันดูถูกมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก เพราะเขาเกือบโดนไล่ออกจากมหาวิทยาลัยแถมการเรียนก็ไม่ดีด้วย แต่ชานมองเห็นความอัฉริยะในตัวเขา ไม่รังเกียจและยืนยันจะคบเขาต่อไป

………………………………………………………………….
มาร์ค ซักเคอร์เบิร์กได้บอกว่า
“ชาน เป็นผู้มีอิทธิพลสำคัญต่อการทำงานของเขา เป็นผู้ที่คอยช่วยเหลือเกี่ยวกับการปรับตัวเข้ากับสังคม ช่วยทำให้เขามองเห็นถึงความต้องการและพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น”

องค์กรการกุศลนี้เกิดขึ้นมาจากแรงบันดาลใจจากการทำงานของชาน ในโรงพยาบาลที่คลุกคลีกับบรรดาผู้ป่วยและสัมผัสกับช่วงชีวิตที่ยากลำบากที่มีสาเหตุมาจากโรคร้าย

ที่น่าทึ่งคือ มาร์ค บริจาคเงินมหาศาลจาก 99% ของทรัพย์สมบัติที่้เขาหามาได้ ให้มูลนิธิ

แสดงว่าเขาไม่ได้คิดถึงแต่ตัวเองเลย เขาคิดถึงคนอื่นก่อนเสมอ

เขาให้เกียรติโดยใส่ชื่อภรรยาก่อนชื่อตัวเอง ทั้งๆ ที่จำนวนเงินมหาศาลเป็นของเขา และยกเงินเกือบทั้งหมดที่หามาคืนกลับสู่สังคม เพื่อการกุศล

มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก อภิมหาเศรษฐี ที่ประสบความสำเร็จและร่ำรวยมาตั้งแต่อายุย่งน้อยๆ มีเงินมากจนคุณคิดไม่ออกว่าทรัพย์สมบัติมูลค่าเป็นล้านล้านบาทนั้นมากมายขนาดไหน

ได้ประกาศว่าจะขายหุ้นเฟซบุ๊ก 99% ของจำนวนหุ้นที่เขามีทั้งหมด ซึ่งเป็นจำนวนถึง 2 ล้านล้านบาท เพื่อบริจาคเข้าองค์กร เพื่อพัฒนาการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์เพื่อรักษาโรคที่ยังรักษาไม่ได้ในปัจจุบัน

ถ้าคุณใช้บริการของ Facebook อยู่ ก็จงภูมิใจได้ ว่าคุณให้การสนับสนุน อภิมหาเศรษฐีที่รวยจนล้นฟ้า แล้วกลับบมาตอบแทนสังคม ด้วยการคืนกำไรเกือบทั้งหมดที่เป็นส่วนของเขา สู่สังคม

การที่คุณร่ำรวยมีเงินทองทรัพย์สมบัติมหาศาลได้ เพราะผู้คนในสังคมสนับสนุนกิจการของคุณ แต่จะมีสักกี่คนที่มีสำนึก คืนกำไรให้กับผู้สนับสนุนที่ด้อยโอกาสอีกมากมาย

อ่านเรื่องราวนี้มาจบจบแล้วทำให้คิดถึงอภิมหาเศรษฐีของไทยบางคนที่ นอกจากจะไม่คืนกำไรให้สังคมแล้ว ยังใช้เงินกำไรที่ได้จากสังคม กับมาทำร้ายสังคมอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ :

เปิดจดหมาย ของมาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ถึง Max ลูกสาวแรกเกิดในวันที่มาร์ค ประกาศบริจาคเงินที่ได้จากหุ้นของของเขาใน Facebook…

Geplaatst door อัษฎางค์ ยมนาค op Zondag 14 juli 2019

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here